ช่วงไหนที่เหมาะจะตัดแต่งต้นไม้?
ช่วงเวลาที่ดีทีสุดที่เราจะมา ตัดแต่งต้นไม้กัน คือช่วงต้นไม้พักตัว ใบไม้เปลี่ยนสี ทิ้งใบทั้งต้น ก็จะอยู่ในช่วงหน้าหนาว (แต่ถ้าเป็นการตัด เล็มเล็กๆ น้อยๆ สามารถทำได้ตลอดปีอยู่แล้ว) ช่วงนั้นจะเป็นจังหวะที่ต้นไม้เริ่มจำศีล ลำเลียงเสบียงอาหารไปเก็บสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว ต้นไม้จะได้รับผลกระทบกระเทือนจากการตัดน้อยที่สุด แต่ถ้าตัดในช่วงที่ต้นไม้เริ่มผลิดอก ออกผล แตกใบ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ต้นไม้เริ่มลำเลียงอาหารไปสะสมอยู่ตามกิ่งก้านหรือใบ เพื่อเตรียมผลิดอก ออกผล ต้นไม้ก็จะขาดอาหารและอาจจะแคระแกร็น ไม่ออกดอก ออกผลให้เห็น
ทำไมต้องตัดแต่งต้นไม้กันด้วย ?
- ลดความแน่น ทึบของทรงพุ่ม
ต้นบางชนิดเกิดมามีพุ่มแน่น ใบดกหนา ถ้าปล่อยไว้ไม่คอยดูแลตัดแต่ง ไม่ช้าก็จะมีแขกไม่ได้รับเชิญ หนู มด แมลง หรือสัตว์มีพิษต่างๆ มาจับจองเป็นที่พักอาศัยทั้งแบบถาวรและไม่ถาวร หรือถ้าปลูกชิดติดกันมากเกินไป ด้านที่ชิดติดกันก็จะไม่ค่อยงาม เคยออกดอก ออกผลก็จะออกน้อยลงหรือไม่ออกเลย แคระแกร็น เนื่องจากพุ่มใบเบียดกันจนไม่มีอากาศ พื้นที่ให้ต้นไม้ได้โต แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คือความหนาทึบของพุ่มใบไปทำให้บ้านมืด ทึบ อับทั้งแสง อับทั้งลม
- กำจัดกิ่งฉีก กิ่งแห้งเหี่ยว เป็นโรค
ต้นไม้บางต้นกิ่งก้านเปราะบาง โดนลมแรงฉีก หักลงมาง่ายๆ หรือกิ่งที่โดนแมลงศัตรูพืชกัดกิน ดูดน้ำเลี้ยง หรือเป็นโรค ทำลายจนกิ่งแห้งตาย การตัดแต่งก็จะเป็นป้องกันกิ่งฉีก หัก หยุดการลุกลามของโรคและแมลงศัตรุพืช และยังเป็นการย้อนวัยให้ต้นไม้กลับมาเป็นวัยรุ่น ผลิยอดอ่อน แตกกิ่ง ออกดอก ออกผลสมบูรณ์อีกครั้งสำหรับต้นที่อายุมากให้ผลผลิตน้อยลง
- บังคับรูปทรงหรือสร้างทรงพุ่มแปลกๆ
ต้นไม้ที่ตัดแต่งเป็นทรงต่างๆ ได้สวยงาม การตัดแต่งจะเป็นการควบคุมทิศทางของกิ่งก้านที่จะแตกใหม่ไม่ให้หลุดจากคอนเซ้ปทรงพุ่มที่ออกแบบไว้ ส่วนใหญ่จะใช้กับต้นไม้ที่เน้นทรงพุ่มสวยงาม หรือต้นไม้ที่ต้องการสร้าง ดัดแปลงทรงพุ่มแปลกๆ
- เตรียมขนย้าย
บางครั้งต้นไม้ที่เราปลูกอาจมีการขยับขยาย ย้ายที่ปลูกให้เหมาะสมขึ้น ตอนขนย้ายก็อาจจะมีกระทบกระเทือนกันบ้างเล็กน้อย การตัดแต่งกิ่งก็จะช่วยให้ขนย้ายได้สะดวกขึ้น และยังช่วยต้นไม้ลดการคายน้ำทางใบออกมาด้วย โอกาสรอดก็จะสูงกว่าต้นที่ไม่ได้ลิดกิ่งก้านหรือใบออกเลย
วิธีตัดแต่งต้นไม้ มีกี่แบบ ต้องทำอะไรบ้าง
ถ้าเป็นไม้ยืนต้น ก่อนลงมือตัด ให้สำรวจด้วยสายตาก่อนว่ากิ่งไหนบ้างที่ควรจะตัดออกไป ทั่วไปแล้วกิ่งที่ต้องถูกจัดการ จะเป็นกิ่งที่ แคระแกร็น อ่อนแอ เป็นโรค กิ่งแห้งตาย หรือเป็นกิ่งย่อยที่ขึ้นแข่งกับลำต้นหลัก หรือที่เขาเรียกว่า กิ่งกระโดง สังเกตง่ายๆ กิ่งที่มักจะโผล่แหลมเกินหน้าเกินตากิ่งอื่น แยกเดี่ยวเห็นเด่นชัดอยู่กิ่งเดียว ส่วนพวกไม้กอหรือไม้พุ่ม ก็ให้ดูด้วยสายตาว่ากอหรือพุ่ม แน่นเกินไปมั้ย มีแขนงไหนบ้างที่ แคระแกร็น กิ่งไม่สมบูรณ์ ก็ให้ตัดออกเพื่อให้กอหรือพุ่มโปร่งขึ้น
ได้เป้าหมายกันแล้ว คราวนี้มาดูกันว่าวิธีการตัดแต่งกิ่ง เขามีกี่แบบ แล้วตัดแต่งอย่างไรกันบ้าง ….
ระดับการตัดแต่งจะเริ่มจากเบสิคง่ายๆ อย่างการใช้มือเด็ดยอดหรือกิ่งอ่อนที่งอกออกจากตาต้นไม้ นึกภาพเหมือนเด็ดยอดผัก ยอดใบชา ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ เทคนิคนี้จะใช้บังคับกิ่งก้านของต้นไม้ที่จะแตก งอกออกมาใหม่ให้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการ ส่วนใหญ่จะใช้กับไม้เล็กๆ อย่างไม้พุ่ม ไม้เลื้อยขนาดเล็กที่พอจะใช้มือเด็ดได้ หรือเป็นกิ่งอ่อนที่เพิ่งแตกออกจากลำต้น
ถ้าต้องการลดความแน่น ความทึบของทรงพุ่ม ก็ต้องยกระดับความยากขึ้นเป็นการตัดกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งขึ้น แต่ยังคงรูปทรงเอาไว้เหมือนเดิม อันนี้ต้องพึ่งอุปกรณตัดกิ่งเข้ามาช่วย อย่างกรรไกรตัดกิ่ง ส่วนมาก็จะเป็นไม้พุ่มขนาดกลางขึ้นไป
และถ้าเป็นการตัดแต่งระดับ advance ขึ้นไปอีกอย่างพวกไม้ใหญ่อายุหลายปี หรือต้นที่สูงมากๆ ดูแลรักษาไม่ถึง หลบหลีกสายไฟ กลุ่มอาคาร เป็นการตัดกิ่งก้าน ลำต้นออกเกือบครึ่งหนึ่ง แล้วปล่อยให้แตกกิ่งใหม่ออกมา
ตัดกิ่งไม้ใหญ่ ไม่หล่นใส่หลังคาเพื่อนบ้าน
กิ่งใหญ่แค่ไหนที่เรียกว่ากิ่งไม้ขนาดใหญ่? ทั่วไปแล้วเขาจะเริ่มนับกิ่งไม้ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 1.5 นิ้วขึ้นไป หรือประมาณแขนคุณผู้ชายก็จะเริ่มนับว่าเป็นกิ่งไม้ขนาดใหญ่ ต้องระมัดระวังในการตัดเป็นพิเศษ (การตัดกิ่งใหญ่ๆ ไม่ใช่ตัดกันง่ายๆ ยิ่งบ้านจัดสรรที่มักจะสร้างติดๆ กัน กิ่งของต้นไม้ในรั้วบ้านเราอาจจะยื่นเข้าไปเขตบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะตัดก็ควรจะมีการบอกกล่าวเพื่อนบ้านก่อนว่า เรากำลังจะตัดกิ่งไม้ )
ตอนลงมือเลื่อยตัดก็จะเริ่มจากเลื่อยเอากิ่งแขนงเล็กออกมาก่อน เพื่อลดน้ำหนักของกิ่งที่เหลืออยู่ หลังจากตัดกิ่งแขนงเล็กๆ จนหมดแล้ว ถึงเริ่มเลื่อยด้านล่างของกิ่งใหญ่ (ที่เรียกว่า ท้องกิ่ง) ที่เหลืออยู่ กะตำแหน่งห่างจากลำต้นประมาณ 1ฟุต กะระยะรอยเลื่อยให้อยู่เหนือตาไม้ขึ้นไปเล็กน้อย เพื่อให้ต้นไม้สามารถแตกกิ่งใหม่จากตาไม้นั้นได้ เลื่อยพอให้ใบเลื่อยกินกิ่งเข้าไป 1 ใน 3 ของกิ่ง แล้วเปลี่ยนมาเลื่อยด้านบนของกิ่งบ้าง โดยลงเลื่อยให้ห่างจากรอยเลื่อยด้านล่างขึ้นไปอีกเล็กน้อย2-3 นิ้ว วิธีนี้อาศัยน้ำหนักของตัวกิ่งไม้เอง ทำให้กิ่งพับหักลงมาได้เองโดยที่เปลือกไม้ก็จะไม่ฉีกเป็นแผลยาวด้วย สุดท้ายก็เลื่อยให้ปากแผลเรียบเสมอกันเป็นอันเสร็จสิ้นการตัดกิ่งใหญ่ๆ ให้ปลอดภัยกับต้นไม้
ตัดอย่างไรให้แผลตัดหายเร็ว
รอยแผลที่ได้จาการเลื่อยตัดก็เหมือนแผลผ่าตัด แผลจะสวยหรือไม่สวย แผลจะแห้งเร็ว หายเร็วก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการตัด ถ้าเลื่อยหรือตัดได้ผิวปากแผลเรียบ เสมอกันเป็นหน้าเดียว แผลก็จะแห้งเร็ว หายเร็ว แต่ถ้ารอยแผลไม่เรียบเสมอกัน เปลือกผิวฉีกเป็นแผลยาวไปตามกิ่ง ก็อาจจะเป็นจุดเสี่ยงที่เชื้อโรค เชื้อราจะเข้าไปอาศัยแล้วกินเนื้อไม้ลุกลามเป็นแผลที่ใหญ่ขึ้น หรือเป็นที่อยู่ของแมลงศัตรูพืชเข้าไปทำลายจนต้นไม้เสียหาย ผุ เน่า หรือยืนต้นตายได้
ตัดต้นไม้ อุปกรณ์ต้องคม
กระบี่อยู่ที่ใจ งานใหญ่อย่างงานตัดแต่งกิ่งไม้ ต้องพึ่งอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกิ่งที่จะตัดแต่ง เช่น ถ้าเป็นกิ่งเล็กๆ ก็อาจจะใช้มีดตัดแต่งกิ่ง หรือคัตเตอร์ กรรไกรตัดกิ่ง แต่ถ้าเป็นกิ่งขนาดใหญ่ก็ควรใช้เลื่อย ที่สำคัญอุปกรณ์ที่จะตัดต้องคม แผลตัดจะได้เรียบสวย ไม่ช้ำมาก แห้งเร็ว และถ้าเป็นกิ่งที่อยู่สูงก็จำเป็นต้องพึ่งบันไดปีนป่ายขึ้นไปตัด (สำหรับเรื่องอุปกรณ์ตัดกิ่งไม้ ขอยกไปในคราวหน้าค่อยมาดูกันต่อว่า จะตัดแต่งต้นไม้ ต้องมีอุปกรณ์อะไรกันบ้าง และอุปกรณ์แบบไหนเหมาะกับการตัดแต่งต้นไม้ชนิดไหนกันแน่อีกครั้ง)
ได้เทคนิคง่ายๆ ในการตัดแต่งต้นไม้กันไปแล้ว ก็ลองเอาไปตัดแต่งกิ่งต้นไม้ที่บ้านกันดู ลำพังตัดแต่งต้นไม้กิ่งก้านเล็กๆ ในสวนไม่กี่ต้น เจ้าของบ้านถ้ามีเวลาก็สามารถทำเองได้ แต่ก็ใช่ว่า เจ้าของบ้านจะทำได้ได้ทุกเรื่อง ถ้าเป็นแค่การตัดแต่งเล็มกิ่งเล็กกิ่งน้อย ก็ยังพอจะทำได้เอง ถ้าเป็นกิ่งใหญ่ๆ ที่ไม่ได้ตัดกันบ่อยๆ อาจจะไม่ง่ายที่เจ้าของบ้านจะทำได้เอง อาจจะต้องว่าจ้างมืออาชีพมาช่วยจัดการให้ จะปลอดภัยกว่า
